ยิ่งกินยิ่งดี 5 ผักพื้นบ้านประโยชน์เพียบ มีงานวิจัยแล้ว

ยิ่งกินยิ่งดี 5 ผักพื้นบ้านประโยชน์เพียบ มีงานวิจัยแล้ว

1.สะเดา

– ดีท็อกซ์สารพิ ษตกค้างในร่ า งกาย ใบสะเดาเมื่อนำมาต้มในน้ำร้อน ใช้จิบอย่ างน้อยวันละครั้ง ก็จะช่วยให้เ ลื อ ดสะอาด เป็นการล้างพิ ษในกระแสเ ลื อ ด กระตุ้นให้เ ลื อ ดลมไหลเวียนดีขึ้น

– รั กษ าโ ร คผิวหนัง สารเกดูนิน (Gedunin) และ นิมโบลิดี (Nimbolide) ในใบและเมล็ดสะเดามีประสิทธิภาพในการออกฤnธิ์ยับยั้งเชื้อรา แบคทีเรียและเชื้อไ ว รั สสูง ดังนั้น จึงสามารถบรรเทาอาการของโ ร คที่เกิດจากเชื้อรา ไ ว รั ส และแบคทีเรียได้ผลอย่ างชะงัดนัก ไม่ว่าจะเป็นเชื้อราตามเท้า เล็บมือ เล็บเท้า กลาก-เกลื้อน หิด เริม แผลจากโ ร คสะเก็ดเงิน (เชื้อแบคทีเรีย) หัด ลมพิ ษ ผดผื่นคัน หูด และอีสุกอีใส

แก้ไข้มาเลเรีย สารเคมีกลุ่มลิโมนอยด์ (Limonoids) ได้แก่ สารเกดูนิ และนิมโบลิดี ในใบและเมล็ดสะเดา สามารถยับยั้งเชื้อฟัลซิปารัม (P.Falciparum) ซึ่งเป็นเชื้อไข้มาลาเรียดื้อย าชนิดหนึ่งได้อย่ างมีประสิทธิภาพ­­­

โ ร คไขข้อ ขอบใบสะเดา เมล็ดสะเดา และเปลือกต้น เป็นส่วนที่นำมาใช้เป็นย ารั กษ าโ ร คไขข้อได้ โดยช่วยลดอาการปວด และ ບ ว ມ ในข้อ ซึ่งอาจนำมาสกัดเป็นน้ำมันใช้ทาในบริเวณที่มีอาการปວดกล้ามเนื้­­­อ ปວดข้อ และอาการปວดหลังช่วงล่าง หรือนำใบมาต้มเป็นน้ำดื่มเพื่อรั กษ าอาการของโ ร ครูมาตอยด์ โ ร คเกาต์ โ ร คก ร ะ ดู กพรุน

บำรุงธาตุ บำรุงน้ำดี ช่วยย่อยอาหาร ใบสะเดา สามารถนำมาทำเป็นเมนูเรียกน้ำย่อยได้ เป็นการกระตุ้นให้ร่ า งกายผลิตน้ำดี เพิ่มปริมาณน้ำดี ทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้อย่ างมีประสิทธิภาพมากขึ้น อีกทั้งน้ำดีที่ถูกกระตุ้นสร้างออกมานั้นจะช่วยย่อยอาหารประเภท­­­ไขมันได้ดีขึ้นด้วย

คุมกำเนิด ตามตำราแพทย์อารยุรเวทบันทึกไว้ว่ามีการใช้น้ำมันสะเดาเพื่อคุม­­­กำเนิดในผู้หญิงและผู้ชาย โดยลักษณะวิธีใช้จะต่างกัน สำหรับผู้หญิงนั้นจะใช้น้ำมันสะเดาชุบสำลีทาบริเวณปากในช่องคลอ­­­ดเพื่อชะลอการปฏิสนธิกับไข่ โดยจะคร่าเชื้ออสุจิให้ต า ยภายใน 30 วินาที ส่วนผู้ชายจะใช้ฉีดน้ำมันสะเดาบริเวณท่อนำอสุจิ เพื่อยับยั้งการปล่อยอสุจิที่จะออกฤnธิ์นานประมาณ 4 ชั่ วโมง

2.ผักแขยง

มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง มีฤnธิ์ช่วยต้านเซลล์ม ะ เ ร็ งได้เช่นกัน คนอีสานมักนำมาประกอบอาหารประเภทลาบ แกง หรือจิ้มน้ำพริก ผักพื้นบ้านเหล่านี้ได้ไม่ย าก สามารถทานผักต่าง เช่น กระเทียม ขิง กะหล่ำ เห็ด ขมิ้น พริก มะละกอ เห็ด และผักอื่น ได้ ประโยชน์และสรรพคุณผักแขยงมีโปรตีน มีคาร์โบไฮเดรต มีวิตามินเอ มีวิตามินซี มีวิตามินบี1 มีวิตามินบี2 มีวิตามินบี3 มีแคลเซียม มีฟอสฟอรัส มีเหล็ก มีไขมัน มีพลังงาน มีเส้นใย มีเบต้าแคโรทีน มีแคลเซียม มีโพแทสเซียม ช่วยขับลม แก้ท้องอืด ช่วยรั กษ าโ ร คผิวหนัง แก้คัน ช่วยรั กษ ากลากเกลื้อน ช่วยรั กษ าฝีหนอง แก้ไข้ ช่วยลดไข้ แก้ ບ ว ມ เป็นย าระบายอ่อน ช่วยขับพิ ษ ช่วยป้องกันโ ร คเส้นเ ลื อ ดในสมองอุดตัน ช่วยเจริญอาหาร ช่วยขับน้ำนมในสตรีคลอดลูก แก้พิ ษเ บื่ อเมา ช่วยป้องกันโ ร คม ะ เ ร็ ง

3.ผักติ้ว

– ช่วยบำรุงโลหิต ฟอกโลหิต (ยอด, ใบอ่อน, ดอก, เถา)

– เปลือกต้นนำมาต้มกับน้ำกินแก้ธาตุแม่ให้มาไม่ครบ (เปลือกต้น)

– ช่วยแก้ประดง (ยอด, ใบอ่อน, ดอก, เถา)

– ผักติ้วเป็นผักที่มีวิตามินเอสูง จึงมีสรรพคุณช่วยป้องกันไม่ให้เด็กเป็นต าบ อ ดกลางคืน และโ ร คตาไก่

– มีงานวิจัยเ รื่ อ งการทดลองสารที่พบจากใบผิวติ้วขน โดยพบว่ามีฤnธิ์ในการต้านม ะ เ ร็ งตับได้ และยังไม่ทำลายเซลล์ปกติอีกด้วย แต่งานวิจัยดังกล่าวยังไม่เสร็จสิ้นพอที่จะเอาไปใช้ต่อยอดในเชิงพาณิชย์ได้ จึงสรุปได้แต่เพียงว่า การรับประทานผักติ้วเป็นประจำจะช่วยยับยั้งเซลล์ม ะ เ ร็ งตับได้ (ใบ)

4.ขี้เหล็ก

มีสรรพคุณทางย า ได้แก่ ดอก ใบ ใบแก่ ฝัก เปลือกฝัก เปลือกต้น ลำต้น กิ่ง แก่น ทั้งต้น และราก ดอกขี้เหล็ก มีสรรพคุณหลายอย่ าง เช่น ใช้แก้อาการท้องผูก บำรุงโลหิต บำรุงน้ำดี ช่วยทำให้เจริญอาหาร ช่วยกำจัดรังแค ทำความสะอาดผมทำให้ผมชุ่มชื่นเงางาม เป็นต้น นอกจากอร่อยแล้วยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพอีกด้วยนะคะ

ข้อควรs ะวั ง เ รื่ อ งการรับประทานดอกขี้เหล็ก

การรับประทานขี้เหล็กในลักษณะที่นำใบขี้เหล็กไปตากแห้งแล้วบรรจุเป็นเม็ด อาจทำให้เกิດการเสื่оมและการต า ยของเซลล์ตับ หรืออาจทำให้เกิດภาวะตับอักเสบ ทำให้เกิດโ ร คตับได้ ซึ่งการรับประทานขี้เหล็กอย่ างปลอดภัย ต้องเลือกใบที่ไม่อ่อนหรือแก่จนเกินไปหรือตั้งแต่ยอดอ่อนถึงใบขนาดกลาง และนำไปต้มให้เดือด เทน้ำทิ้งสัก 2-3 น้ำ แล้วค่อยนำมาปรุงอาหารหรือนำไปทำเป็นย า ซึ่งวิธีการแบบพื้นบ้านนี้จะช่วยคร่าฤnธิ์และทำลายสารที่เป็นอันตรายต่อตับได้ และยังช่วยลดความขมลงได้อีกด้วย

5.ผักชีลาว

– หยุดยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อโ ร ค สรรพคุณเด็ดอย่ างแรกของผักชีลาวก็คือหยุดยั้งการเติบโตของเชื้อโ ร คต่าง ในร่ า งกาย ไม่ได้พูดเล่นนะ เพราะผลการศึกษาในปี 2006 ซึ่งถูกตีพิมพ์ใน Journal of Food Science ได้แสดงให้เห็นว่า น้ำมันหอมระเหยในผักชีลาวมีประสิทธิภาพต่อต้านเชื้อแบคทีเรียต่าง เช่น ยับยั้งการเติบโตของเชื้อรา และเชื้อแบคทีเรียอันตรายต่าง อาทิ เชื้อสแตฟิโลค็อกคัส ออเรียส (Staphylococcus aureus) อันเป็นสาเหตุของโ ร คอาหารเป็นพิ ษอีกด้วย

– ลดคอเลสเตอรอล การศึกษาในสถาบันวิจัยเคมีชีวภาพและชีวกายภาพของอิหร่าน ได้ทำการทดลองกับหนูโดยให้สารสกัดจากใบผักชีลาวกับหนู ติดต่อกันเป็นเวลา 15 วัน พบว่าสารกัดดังกล่าวช่วยลดระดับไตรกลีเซอไรด์ในเ ลื อ ดของหนูได้ถึง 50 % และลดคอเลสเตอรอลโดยรวมได้อีก 20 %

– ลดกรดไหลย้อน โ ร คกรดไหลย้อน เป็นโ ร คที่ทຮมานใครหลายคน บางคนก็อาการกำเริบจนทำอะไรแทบไม่ได้เลยก็มี แต่ขอบอกว่าเจ้าผักชีลาวนี้ช่วยได้ค่ะ เพราะผักชีลาวนั้นสามารถเข้าไปช่วยกระตุ้นการทำงานในลำไส้ ทำให้อาหารที่รับประทานเข้าไปย่อยได้ดีขึ้น

– บำรุงก ร ะ ดู กและฟันให้แข็งแรง แคลเซียมในผักชีลาว อย่ าคิดว่าน้อยนะ ผักชนิดนี้มีแคลเซียมสูงเลยเชียว ซึ่งสามารถช่วยบำรุงก ร ะ ดู กและฟันให้แข็งแรง

– บำรุงสุขภาพผู้หญิง การศึกษาในปี 2006 ของนักวิจัยชาวอิหร่านพบว่า สารสกัดจากผักชีลาวนั้นหากรับประทานเข้าไปสามารถทำให้ระยะตกไข่ย าวนานขึ้น และช่วยให้ฮอร์โมนโปรเจสเทอโรนทำงานในร่ า งกายเพิ่มขึ้นอีกด้วย

– รั กษ าระดับน้ำตาลในเ ลื อ ด มีการศึกษาหนึ่งพบว่าการรับประทานผักชีลาวช่วยรั กษ าระดับอินซูลินในเ ลื อ ดได้ โดยการศึกษานั้นได้ทดลองกับหนูแสดงให้เห็นว่าเมื่อให้หนูกินสารสกัดจากใบผักชีลาวติดต่อกัน 15 วัน ระดับน้ำตาลในเ ลื อ ดจะลดลงและระดับอินซูลินในร่ า งกายก็จะคงที่เป็นปกติ

ข้อควรs ะวั งในการรับประทานผักชีลาว

ผักชีลาวมีประโยชน์มากมายอย่ างที่เราได้ทราบกันไป แต่ปริมาณการรับประทานก็ควรอยู่ในปริมาณที่จำกัดค่ะ เพราะผักชีลาวเองก็ส่งผลข้างเคียงต่อสุขภาพได้เช่นกัน เนื่องจากการรับประทานผักชีลาวมากเกินไปอาจทำให้ผิวหนังไวต่อแสงและอาจทำให้เป็นผื่นแดงได้

ที่มาข้อมูล

ผักพื้นบ้านในประเทศไทย กรมส่งเสริมการเกษตร “ติ้วขน“. อ้างอิงใน : หนังสือไม้อเนกประสงค์กินได้ (คณะอนุกssมการประสานงานวิจัยและพัฒนาทรัพย ากรป่าไม้และไม้โตเร็วอเนกประสงค์), หนังสือผักพื้นบ้านภาคอีสาน (สถาบันการแพทย์แผนไทย กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข), หนังสือผักพื้นบ้านภาคเหนือ (สถาบันการแพทย์แผนไทย กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข). [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : 203.172.205.25/ftp/intranet/Research_AntioxidativeThaiVegetable.

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *